krupunya Article


ไหว้ครู ครอบครูนาฏศิลป์ และดนตรีไทย
ไหว้ครู ครอบครูนาฏศิลป์ และดนตรีไทย
มาจากเลี้ยงผีสงกรานต์ ตามความเชื่อดั้งเดิมอุษาคเนย์


คอลัมน์ สุวรรณภูมิในอาเซียน
โดย ผู้สื่อข่าวพิเศษ

มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2558



(ภาพซ้าย) เล่นผีข้อง, เล่นผีลิงลม, เลี้ยงผีบรรพชนวันสงกรานต์(ภาพซ้าย) เล่นผีกระด้งหรือผีนางด้ง (ภาพและคำบรรยายจากหนังสือประเพณี 12 เดือนในประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมเพื่อความอยู่รอดของคน โดย ปรานี วงษ์เทศ สำนักพิมพ์ มติชน พ.ศ.2548)



ไหว้ครู ครอบครู นาฏศิลป์ และดนตรีไทย ไม่พบในอินเดียและลังกา

รวมทั้งยังสำรวจไม่พบในประเพณีอุษาคเนย์นอกจากในไทย ที่มีเค้าจากเลี้ยงผีในหน้าแล้ง ซึ่งตรงกับสงกรานต์

'เลี้ยงผีบรรพชน'

'เลี้ยงผี' เป็นพิธีกรรมประจำปีของชุมชนหมู่บ้านตั้งแต่ ยุคดึกดำบรรพ์ไม่น้อยกว่า 3,000 ปี มาแล้ว ทุกวันนี้ท้องถิ่นห่างไกลในอีสานยังมีพิธีเลี้ยงผีประจำปีทุกสงกรานต์

ก่อนรับประเพณีสงกรานต์จากพราหมณ์ชมพูทวีป(อินเดีย)เมื่อหลัง พ.ศ.1000 ชุมชนหมู่บ้านมีกิจกรรมทั้งส่วนตัวและส่วนรวม 'ช่วงหลังเก็บเกี่ยว' (ในฤดูการผลิตเก่า) ถึง 'ช่วงก่อนเพาะปลูก'(ในฤดูการผลิตใหม่) ประมาณช่วงเวลาทางจันทรคติคือ เดือน 4 (กุมภาพันธ์-มีนาคม) ถึง'เดือน 5' (มีนาคม-เมษายน)

กิจกรรมสำคัญมากที่ต้องทำทุกปีคือ'เลี้ยงผีบรรพชน'ในหมู่บ้าน ตั้งแต่ผีบ้าน ประจำชุมชนหมู่บ้าน 'ผีเรือน' ประจำครอบครัววงศ์ตระกูล และ'ผีเครื่องมือทำมาหากิน'ใน ชีวิตประจำวันที่สิงอยู่ในกระด้ง, กระบุง, ตะกร้า, สิ่ว, ขวาน, มีด, พร้า, ไถ, ครก, สาก, ลอบ, ไซ, ฯลฯ จนถึงพาหนะ เช่น ควาย, เกวียน ฯลฯ

'Žบ้านเป็นที่เรียนศิลปวิชาการเลี้ยงชีพต่างๆ ตามเหล่าตามตระกูลŽ' (พระบรมราชโองการพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ศ.2453) ฉะนั้นเครื่องมือ ทำมาหากินในชีวิตประจำวันอยู่ในหมู่บ้าน ก็คือเครื่องมือศิลปวิชาการเลี้ยงชีพต่างๆ ที่มีผีสิง แล้วต้องเลี้ยงผีทุกปีเพื่อขอขมา

'เครื่องดนตรีและเครื่องนาฏศิลป์ 'โขนละครฟ้อนรำ เป็น' เครื่องมือศิลปวิชาการเลี้ยงชีพ 'อย่างหนึ่งที่มีผีสิง แล้วต้องมีพิธีเลี้ยงผีทุกปีพร้อมกันไปก็ได้ แต่เรียก'ไหว้ครู, ครอบครู'



ซ้าย: พิธีไหว้ครูนาฏศิลป์และดนตรีของไทย ต้องมีแท่นตั้งสัญลักษณ์ผีสางเทวดา (เช่น ศีรษะมหาเทพ และเทวดาสำคัญๆ) กับเครื่องบูชา (เช่น ดอกไม้, ธูป, เทียน, บายสี) รวมทั้งเครื่องสังเวย (เช่น หัวหมู ทั้งสุกและดิบ, เป็ด, ไก่ ฯลฯ)  ล้วนมีต้นเค้าจากพิธีเลี้ยงผีบรรพชน (กรมศิลปากร เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ.2552 ภาพจาก www.sookjai.com)

ขวา: งานไหว้ครูที่มูลนิธิหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ภาพจาก www.wikalen
da.com



เมืองสมัยหลังต่อๆ มามีบ้านเมืองและรัฐรับศาสนาพราหมณ์จากชมพูทวีป (อินเดีย) มี เทวดาŽ ต่างๆ ฉลุฉลักหล่อหลอมเป็นรูปร่างศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะใน' ไศวนิกาย หรือไศวศาสน์' มีพระศิวะมหาเทพเป็นประธานที่มีอีกนามหนึ่งว่า 'พระอิศวร' เป็นใหญ่กว่ามหาเทพทั้งปวง ก็พากันเชิญมหาเทพเป็นประธานในพิธีเลี้ยงผีประจำปีด้วย แต่เรียกพิธีด้วยชื่อใหม่ว่า 'ไหว้ครู, ครอบครู' โดยเชิญเครื่องดนตรีและสัญลักษณ์นาฏศิลป์ไว้บนแท่นบูชา เช่น เทริด, หน้ากาก, ฯลฯ เป็นเครื่องมือศิลปวิชาการที่มีผีสิงอยู่

พิธีไหว้ครู ครอบครู มีต้นแบบจากพิธีเลี้ยงผีของชุมชนพื้นเมืองดึกดำบรรพ์สุวรรณภูมิราว 3,000 ปีมาแล้ว

พิธีเลี้ยงผีต้องมี 'Žเข้าทรงŽ' แล้วมี'ŽผีลงŽ'หรือ'Žผีเข้าŽ' เป็น พิธีกรรมเสี่ยงทายอย่างหนึ่งของคนแต่ก่อน เพื่อทำนายทายทักถึงข้าวปลาอาหารในฤดูกาลข้างหน้าว่าจะอุดมสมบูรณ์หรือมี วิกฤตอดอยากปากแห้ง จะได้เตรียมรับสถานการณ์ถูกต้อง



แม่สี มาจากภาษาเขมรว่า เมสรี หมายถึงสตรีผู้เป็นใหญ่ คือผีบรรพชนซึ่งเป็นแม่หญิง
ภาพนี้เป็นการละเล่นเข้าทรงแม่สีวันสงกรานต์ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่24 มีนาคม พ.ศ.254
7




ต่อมาเมื่อรับแบบแผนพราหมณ์ก็เพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ให้พิธีไหว้ครู ครอบครู เช่น เชิญศีรษะเทวดามาตั้งบนหิ้งบูชา, ฯลฯ

แต่สิ่งที่ยังมีอยู่อย่างสืบเนื่อง คือ 'Žเข้าทรงŽ', 'ŽผีลงŽ', 'Žผีเข้าŽ', ฯลฯ ดังมีคำบอกเล่าสืบต่อกันเสมอๆ ว่าเมื่อถึงเพลงหน้าพาทย์องค์พระพิราพ ผู้ใดผู้หนึ่งที่ร่วมพิธีจะมีอาการ 'Žเข้าทรงŽ' เช่น 'Žองค์ชายกลางŽ'(พระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร), 'ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช', ฯลฯ

แต่พิธีไหว้ครู ครอบครู ประจำปีที่วัดพระพิเรนทร์ (วรจักร กรุงเทพฯ) จะมีผู้ร่วมพิธีจำนวนมาก แล้วมีหลายคนออกอาการ 'Žเข้าทรงรวมหมู่Ž'พร้อมกัน

'ครอบครู ไหว้ครู เลี้ยงผี'

เดือนห้า ทางจันทรคติ ราวเมษายนในปฏิทินสากล เป็นช่วงมหาสงกรานต์ของพราหมณ์ฮินดู

คนในอุษาคเนย์อาเซียนแต่ก่อน ถือเป็นหน้าแล้ง ฤดูร้อน ทำไร่ไถนาไม่ได้ ไม่มีน้ำ ต้องมีเลี้ยงผีประจำปี แล้วซ่อมแซมเครื่องมือทำมาหากิน เตรียมไว้ฤดูทำนาใหม่จะมาถึงในเดือนต่อๆ ไป

เครื่องมือทำมาหากินทุกอย่าง คนแต่ก่อนเชื่อว่ามีผีสิง ดังนั้นเจ้าของเครื่องมือต้องสำนึกในพระเดชพระคุณไหว้ดีพลีถูกอย่าให้ขาดตก บกพร่อง

ปีหนึ่งต้องมีเข้าทรงเสี่ยงทาย เพื่อทำนายทายทักว่าฤดูกาลใหม่จะมาถึง น้ำท่าอุดมสมบูรณ์หรือไม่ ทำมาหากินฝืดเคืองหรือเปล่า? จะได้เตรียมรับสถานการณ์ถูก

กิจกรรมเข้าทรงเครื่องมือทำมาหากิน เรียกกันต่อมาว่าการละเล่น ซึ่งมักทำตอนเดือนห้า ตรงกับสงกรานต์ (แต่ไม่ได้มีที่มาจากสงกรานต์) เช่น ผีครก, ผีสาก, ผีข้อง, ผีกระด้ง (นางด้ง), ฯลฯ

เครื่องดนตรีไทย เช่น ปี่, ฆ้อง, กลอง, ระนาด, ซอ, ฯลฯ เป็นเครื่องมือทำมาหากิน ประเภทหนึ่งเหมือนครกสาก ฯลฯ จึงมีผีสิงด้วย คนในชุมชนแต่ก่อนต้องเอามาทำพิธีเลี้ยงผี เข้าทรง

'ไหว้ครูนาฏศิลป์และดนตรี'

ต่อมายุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ สังคมคนชั้นสูงของเจ้านาย จัดให้ดนตรีเป็นวิชาเฉพาะทาง ซึ่งต่างจากอาชีพอื่นๆ แล้วโอนเข้าพิธีพราหมณ์ ผนวกให้มีเทพเจ้าประจำวิชาดนตรี เช่น พระฤๅษีตาไฟ (อิศวร), พระปรคนธรรพ, พระฤๅษีนารอด

จึงมีพิธีต่างหากออกไปไม่ปนกับพิธีเลี้ยงผี ดั้งเดิม แล้วเรียกใหม่ว่าพิธีไหว้ครู สืบเป็นพิธีไหว้ครูและครอบนาฏศิลป์กับดนตรีไทย จนทุกวันนี้

นับแต่นั้นก็เกิดธรรมเนียมปฏิบัติยกมือไหว้เครื่องดนตรีก่อนจับมาเล่นบรรเลง



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Size : 147.70 KBs
Upload : 2015-06-17 09:45:50

Size : 191.82 KBs
Upload : 2015-06-17 09:46:01
ติชม

กำลังแสดงหน้า 1/0
<<
1
>>

ต้องการให้คะแนนบทความนี้่ ?

0
คะแนนโหวด
สร้างโดย :


krupunya
รายละเอียด Share
สถานะ : ผู้ใช้ทั่วไป
ศิลปะ


NSSC-KM © 2017

Generated 0.069427 sec.