kru_jeed Article


คุณภาพหน้าเสาธง
คุณภาพหน้าเสาธง

                 

 

     ฤกษ์งามยามดีที่เด็กชายปัญญารอคอยได้มาถึงแล้ว เขาตัดความกังวลเล็กน้อยออกไป พลางคิดว่า การแสดงตนเป็นพลเมืองดีครานี้  จักต้องสร้างความตกตะลึงแก่ผองเพื่อนอย่างไม่เคยมีมาก่อน และจะต้องถูกจารึกไว้ในประวัติของโรงเรียนไปนานแสนนาน    

     หัวใจเขาพองโตคับอก  เมื่อเดินตรงเข้าไปหาครูประจำชั้น

     'คุณครูครับ...ผมเก็บได้ที่หน้าโรงเรียนครับ'

     'ห้าร้อยบาทเชียวรึ   ปัญญา'

     'ครับ...ผมเห็นมันตกอยู่ข้างกองใบไม้แห้งครับ ครั้งแรกผมนึกว่าเป็นเงินเล่น ๆ ที่แถมมากับขนม แต่พอผมหยิบขึ้นมาดูจึงได้แน่ใจว่ามันเป็นเงินจริง ๆ ครับ....'

     'ดีมาก ปัญญา...เธอมีจิตใจดีงามสมควรแก่การยกย่องจริง ๆ...'     ครูประจำชั้นมองลูกศิษย์ตัวน้อยอย่างชื่น                    

     'ตอนที่เธอหยิบเงินขึ้นมานั้น  มีใครเห็นมั้ย...'

     'ไม่มีใครหรอกครับ นอกจากน้องชายกับน้องสาวของผมครับ'

     'ดีแล้ว...ครูจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป...'

     'ครับ...คุณครู...'  เด็กชายปัญญายิ้มกริ่ม

      หัวใจครูประจำชั้นเต้นระรัวไม่แพ้กัน พลังแรงแห่งปีติกำซาบซ่านไปทั่วจิตวิญญาณของความเป็นครู นี่คือการแสดงออกอย่างมีคุณภาพเอกอุจากการพร่ำสอนมาเนิ่นนาน

           

      ความจริง นักเรียนรายนี้ไม่มีขีดความสามารถทางสติปัญญาพอจะพัฒนาให้เลอเลิศได้มากนัก เขาเรียนอยู่ชั้นสูงสุดของโรงเรียนประถมศึกษาประจำหมู่บ้านเนินมะกอกแห่งนี้ และเป็นปีสุดท้ายสำหรับชีวิตการเป็นนักเรียนของเขา สภาพการเรียนรู้ การจดจำตลอดการนำไปประยุกต์ใช้ไม่มีอะไรมากไปกว่างู ๆ  ปลา ๆ จนกระทั่งป่านนี้เขายังอ่านหนังสือไม่ออก         บวกลบเลขได้นิดหน่อย การที่เขาเขียนชื่อตัวเองถูกต้องครบถ้วนทุกอักขระเป็นบางครั้งคราวนั้น เท่ากับจบหลักสูตรขั้นพื้นฐานอย่างบริบูรณ์พูลสุขสำหรับเขา

       'แต่การแสดงออกครั้งนี้แม้จะเป็นการกระทำของคนโง่เขลาในสายตาของหลักสูตรการศึกษา แต่ในหลักสูตรวิชาชีวิตนับว่าเป็นความเจริญงอกงามแห่งจิตใจโดยแท้' ครูประจำชั้นคิดในใจพลางเดินหน้าบานเข้าไปพบผู้อำนวยการ

       หลังจากนั้น ผู้อำนวยการได้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

       'นี่แหละภาพสะท้อนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ชัดเจนและถูกต้องที่สุด  เด็กคนนี้จะต้องได้รับรางวัลเยาวชนคนดีศรีบ้านกอก และอีกอย่างผมจะทำเรื่องเสนอให้คุณเป็นครูสอนจริยธรรมดีเด่นประจำปี'

       'ขอบคุณครับ' ครูประจำชั้นโค้งคำนับอย่างนอบน้อม

       ผู้อำนวยการเดินลิ่ว ๆ ไปที่ห้องประชาสัมพันธ์  แล้วประกาศผ่านเสียงตามสายของโรงเรียน

       'เงินจำนวน 500 นี้ไม่ใช่ของนักเรียนอย่างแน่นอน  คงเป็นของชาวบ้านคนใดคนหนึ่งทำหล่น  ดังนั้น...ทางโรงเรียนจะนำไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน เพื่อประกาศหาเจ้าของที่แท้จริงต่อไป'

        ผู้อำนวยการบึ่งรถยนต์ออกไปจากโรงเรียนอย่างรวดเร็ว

        ขณะเดียวกัน เด็กชายปัญญารีบหลบเข้าไปแอบด้านหลังอาคารเรียน รู้สึกอ่อนไหวไปทั่วสรรพางกายเหมือนทุกอย่างที่เคยแข็งแกร่งในร่างกายได้ถึงกาลแตกสลายและค่อย ๆ ย่อยยับลง  ความพรั่นพรึงที่ไม่เคยมีมาก่อนในชีวิตได้ตั้งทะมึนขึ้น ปั่นป่วนดั่งพายุร้ายในคืนหนาวเหน็บ          เรื่องราวเล็กน้อยที่เขาก่อขึ้นอย่างนึกสนุกได้ขยายยาวออกไปใหญ่โตเกินจะควบคุมได้ เขาจึงปล่อยน้ำตาเม็ดเขื่องไหลพรั่งพราวอาบแก้มอย่างไม่นึกอายฟ้าดิน

        'คุณครูครับ...ปัญญาร้องไห้ครับ'  หัวหน้าชั้นวิ่งมาแจ้งครูประจำชั้น

        'คงดีใจมากที่จะได้เป็นพลเมืองดีกระมัง'

        'ผมว่า เสียใจมากกว่าครับ'

        'อ้าว....เรื่องอะไร...'

        'เรื่องเงินที่เก็บได้นั่นแหละครับ'

        ครูประจำชั้นเบิกตาโพลงด้วยความฉงน รีบเดินเข้าไปหาพลเมืองดีประจำวันที่นั่งเอาฝ่ามือปิดหน้าพลางสะอึกสะอื้น ร่างกายในชุดนักเรียนมอมแมมไกวแกว่ง สะทกสะท้านด้วยอาการเจ็บแสบและร้าวลึก

        'ปัญญา ร้องไห้ทำไม เธอดีใจมากใช่มั้ย...'

        'ปละ...เปล่าครับ...'

        'แล้วมันเหตุอะไรที่เธอต้องหลั่งน้ำตาขนาดหนักเช่นนี้...บอกครูมาซิ...'

        'เงินครับ...เงินทั้งหมดนั่นแหละ...ผ.อ.เอามันไปไหนครับ ทำไมไม่ประกาศหาเจ้าของที่โรงเรียนเหมือนที่เคยทำมาครับ”

         “ท่านผ.อ.ก็บอกเหตุผลไปแล้วไง”

         “นั่นแหละครับ เมื่อไม่มีใครแสดงตนเป็นเจ้าของ คนที่เก็บได้ก็จะได้เป็นเจ้าของเงินจำนวนนั้นไม่ใช่หรือครับ”

         “ปัญญา เงินจำนวนนี้ไม่ใช่เงินบาท สองบาทที่พวกเธอเคยเก็บได้ประจำวันนี่นา”

          พลเมืองดีก้มหน้าพร้อมปาดน้ำตาที่ไหลพราก ๆ

            

         ทันใด...ผู้เป็นน้องชายที่เรียนอยู่ชั้น ป.3 จูงมือน้องสาวที่เรียนอยู่ชั้น ป.1 เข้ามานั่งแหมะขนาบข้างผู้เป็นพี่ชาย ทั้งสองเงยหน้ามองครูประจำชั้นด้วยสายตาวิงวอน

         'เงินพวกผมเองครับ ก่อนพ่อกับแม่จะไปรับจ้างตัดอ้อยที่กาญจนบุรีได้เอาเงินไว้ให้ ใช้ 2–3 เดือนจนกว่าจะกลับมาครับ...'

         ครูประจำชั้นแหงนหน้ามองผืนธงไตรรงค์ที่หลับสนิทนิ่งบนยอดเสาไม้เก่า ๆ ซึ่งเอียงกระเท่เร่ เขารู้สึกขมขื่นและเจ็บปวดแสนสาหัสเสมือนสรรพวิชาชีพครูทั้งหมดได้ถูกทลายล้างลงยับย่อยแล้ว

ที่มา : http://www.oknation.net/blog/von/2013/05/11/entry-1



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Size : 94.97 KBs
Upload : 2015-06-05 15:02:24
ติชม

กำลังแสดงหน้า 1/0
<<
1
>>

ต้องการให้คะแนนบทความนี้่ ?

0
คะแนนโหวด
สร้างโดย :


kru_jeed
รายละเอียด Share
สถานะ : ผู้ใช้ทั่วไป
สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม


NSSC-KM © 2017

Generated 0.062179 sec.