anothai


suffix
Suffix แปลว่า “ปัจจัย” ได้แก่ “คำหรือพยางค์ที่เติมลงไปท้ายคำอื่น แล้วทำให้คำนั้นเปลี่ยนชนิดไป” ยกตัวอย่างเช่น man เป็นคำนาม (noun) แปลว่า “ผู้ชาย” เมื่อเติม ly ลงไปที่ท้าย man เป็น manly ก็จะกลายเป็นคุณศัพท์ (Adjective) ไป แล้วก็จะแปลว่า “มีลักษณะสมเป็นชาย” ฉะนั้นจากตัวอย่างที่ยกมาให้ดูนี้จะเห็นว่า “คำที่เติม Suffix ลงไปนั้นไม่เปลี่ยนความหมาย แต่เปลี่ยนชนิดของคำ” (ส่วน prefix) เติมลงไปแล้วเปลี่ยนความหมาย แต่ไม่เปลี่ยนชนิดของคำ) 

Suffix ในภาษาอังกฤษแบ่งออกเป็น 3 จำพวกตาชนิดของคำที่เปลี่ยนไปอันเป็นผลจาก การเติม suffix แล้วนั้นคือ 

1. ) Noun-Forming Suffixes ได้แก่ “ปัจจัยที่เติมท้ายคำอื่น แล้วทำให้คำนั้นกลับกลายเป็นคำนามขึ้นมา” ได้แก่ปัจจัยต่อไปนี้
-Ment
-ee, -e
-ism, ist
-tion
-an, -n
-ty, -ity
-ation
-ant
-ness
-ition
-ent
-y, ery
-ification
-er, or
-ing
-sion
-ese
-dom
-al
-ess
-hood
-ance, -ence
-ure
-ship


-ment ใช้เติมหลังคำกริยา เพื่อทำกริยาตัวนั้นให้เป็นคำนาม และให้ออกเสียง “เมนท์” เบาๆ เช่น
Verb
Noun
Amuse
ทำให้สนุกสนาน
Amusement
ความสนุกสนาน
Achieve
สัมฤทธิ์ผล
Achievement
ความสัมฤทธิ์ผล
Govern
ปกครอง
Government
การปกครอง, รัฐบาล
Argue
โต้แย้ง
Argument
การโต้แย้ง
Agree
เห็นด้วย
Agreement
ข้อตกลง
Develop
พัฒนา
Development
การพัฒนา
Etc.
Etc.

-tion ปัจจัยตัวนี้นิยมใช้เติมท้ายคำกริยาที่ออกเสียงเป็น “เอ” หรือ “อี” เพื่อทำให้เป็นคำนามและให้ออกเสียนงหนักที่พยางค์ก่อนหน้า –tion เช่น
Verb
Noun
Violate
ฝ่าฝืน
Violation
การฝ่าฝืน
Complete
ทำให้สมบูรณ์
Completion
การทำให้สมบูรณ์
Appreciate
ชื่นชอบใน
Appreciation
ความชื่นชอบ

และอาจเติมที่ท้ายคำกริยาซึ่งออกเสียงอื่นนอกจาก “อี, เอ” ก็ได้ เช่น
Verb
Noun
Attend
ตั้งใจ
Attention
ความตั้งใจ
Protect
ป้องกัน
Protection
การป้องกัน
Collect
สะสม
Collection
การสะสม
Produce
ผลิต
Production
การผลิต
Etc.
Etc.


-ation ใช้เติมหลังคำกริยา เพื่อทำให้เป็นคำนาม การออกเสียงก็ลงเสียงหนัก (Stress) พยางค์หน้า –ation เช่น
Verb
Noun
Transport
ขนส่ง
Transportation
การขนส่ง
Adapt
ปรับให้เข้ากัน
Adaptation
การปรับเอามาใช้
Occupy
ยึดครอง
Occupation
การยึดครอง
Observe
เฝ้าดู
Observation
การเฝ้าดู
Expect
หวัง
Expectation
การคาดหวัง
Etc.
Etc.


-ition ใช้เติมท้ายคำกริยา เพื่อให้เป็นคำนาม และลงเสียงหนักที่พยางค์ก่อน –ition (คือลงเสียงหนักที่ “อี (i) เสมอ) เช่น :
Verb
Noun
Compete
แข่งขัน
Competition
การแข่งขัน
Expose
แสดง, เปิดเผย
Exposition
การแสดง
Repeat
ซ้ำ
Repetition
การกระทำซ้ำ
Etc.
Etc.


-ification ใช้เติมเฉพาะกริยาที่ลงท้ายด้วย –ify เมื่อเป็นคำนามจะได้รูปเป็น –ification และลงเสียงหนักที่พยางค์ก่อนหน้า –tion เสมอ เช่น
Verb
Noun
Classify
แบ่งขั้น, จำแนก
Classification
การจำแนก
Beautify
ทำให้งาม
Beautification
การทำให้งาม
Amplify
ขยาย
Amplification
การขยาย
Etc.
Etc.


-sion ใช้เติมท้ายคำกริยา เพื่อให้เป็นคำนาม และกริยาตัวนั้นมักจะลงท้ายด้วย –de เสมอ การออกเสียงให้ลงเสียหนักที่พยางค์หน้า –sion เช่น
Verb
Noun
Decide
ตัดสินใจ
Decision
การตัดสินใจ
Devide
แบ่ง, หาร
Devision
การแบ่ง, การหาร
Conclude
สรุป
Conclusion
การสรุป
Invade
รุกราน
Invasion
การรุกราน


หรืออาจลงท้ายด้วย –se, t ก็ได้ เช่น
Verb
Noun
Revise
ทบทวน
Revision
การทบทวน
Permit
อนุญาต
Permission
การอนุญาต
Omit
ข้าม, เว้น
Omission
การเว้นข้าม


-al ใช้เติมท้ายคำกริยาที่ลงท้ายด้วย e, w, และ เพื่อทำให้กริยานั้นเป็นคำนาม เช่น
Verb
Noun
Arrive
มาถึง
Arrival
การมาถึง
Refuse
ปฏิเสธ
Refusal
การปฏิเสธ
Survive
รอดชีวิต
Survival
การมีชีวิตอยู่รอด
Withdraw
ถอน
Withdrawal
การถอน
Deny
ปฏิเสธ
Denial
การปฏิเสธ
Try
ทดลอง
Trial
การทดลอง

-ance, -ence ใช้เติมท้ายคำกริยา เพื่อให้เป็นคำนาม เช่น
Verb
Noun
Resist
ต่อต้าน
Resistance
การต่อต้าน
Assist
ช่วยเหลือ
Assistance
การช่วยเหลือ
Differ
แตกต่าง
Difference
แตกต่างจาก
Depend
ขึ้นอยู่กับ
Dependence
การขึ้นอยู่กับ
Appear
ปรากฏ
Appearance
การปรากฏตัว
Prefer
ชอบ
Preference
การชอบพอ


-Ship ใช้เติมหลังคำนาม (common noun) เพื่อให้เป็นอาการนาม (Abstract noun) แบ่งออกเป็น 2 กรณีคือ 

1) เติม ship เพื่อแสดงสภาพการเป็นอยู่ หรือสถานภาพทางตำแหน่งหน้าที่ เช่น
Common noun
Abstract noun
Friend    เพื่อน
Friendship    ความเป็นมิตร
Owner    เจ้าของ
Ownership    ความเป็นเจ้าของ
King    พระราชา
Kingship    ความเป็นพระราชา
Member   สมาชิก
Membership    สมาชิกสภาพ

2) เติม ship ท้ายคำนามตัวนั้น เพื่อแสดงความชำนาญ คล่องแคล่ว และทักษะ เช่น
Common noun
Abstract noun
Workman    คนงาน
Workmanship   ฝีมือ
Author    นักประพันธ์
Authorship    การประพันธ์
Musician    นักดนตรี
Musicianship    ความเป็นมานักดนตรี
Scholar    นักเรียน
Scholarship   ทุนการเล่าเรียน

-ee, -e ใช้เติมหลังกริยา หลังนาม หรือคุณศัพท์ เพื่อให้เป็นตำนาน อันหมายถึงผู้กระทำ (doer) เช่น
Verb
Noun
Absent (adj.)
ไม่อยู่
Absentee
ผู้ไม่อยู่
Devote (v.)
อุทิศให้
Devotee
ผู้อุทิศให้
Refuge (n.)
ที่พัก
Refugee
ผู้อพยพ
Trust (v.)
ไว้ใจ, เชื่อถือ
Trustee
ผู้พิทักษ์ทรพัย์สิน

-an, -n ใช้เติมหลังนามที่เป็นชื่อเฉพาะ (proper noun) เพื่อให้หมายถึงบุคคลหรือภาษาของ Proper Noun ตัวนั้น เช่น
Proper noun
หมายถึงบุคคลหรือภาษา
Africa    อัฟริกา
African    ชาวอัฟริกัน
America    อเมริกา
American    ชาวอเมริกัน
Asia    ทวีปเอเชีย
Asian    ชาวเอเชีย

-an ใช้เติมหลังคำกริยา เพื่อทำให้เป็นนามผู้กระทำการนั้นๆ เช่น
Assist    ช่วย
Assistant    ผู้ช่วย
Serve    รับใช้
Servant    คนรับใช้

-ent ใช้เติมหลังคำกริยา เพื่อให้เป็นคำนาม เช่น
Verb
Noun
Study    ศึกษา
Studet    นักศึกษา
Correspond    โต้ตอบทางจดหมาย
Correspondent    ผู้โต้ตอบทางจดหมาย
Superindend  ควบคุม
Superindendent    ผู้ควบคุม, ผู้อำนวยการ

-er, -or ใช้เติมข้างหน้าคำกริยา เพื่อทำให้เป็นนามหมายถึง ผู้กระทำการ (doer) นั้นๆ เช่น
Verb
Noun
Run    วิ่ง
Runner    ผู้วิ่ง
Employ    จ้าง
Employer    ผู้ว่าจ้าง
Advise    ปรึกษา
Adviser    ที่ปรึกษา
Act    แสดง
Actor    ผู้แสดง
Visit    มาเยี่ยม
Visitor    ผู้มาเยี่ยม
Govern    ปกครอง
Governor     ผู้ว่าราชาการ


-ese ใช้เติมหลัง Proper Noun ที่เป็นชื่อเมืองหรือชื่อประเทศ ชื่อเมื่อเติม –ese แล้วจะมีความหมายว่า เป็นชาวเมืองหรือชาวประเทศนั้นๆ เช่น
Proper Noun
เป็นชาวเมืองหรือภาษา
Burma    พม่า
Burmese   ชาวพม่า
China    ประเทศจีน
Chinese    ชาวจีน, ภาษาจีน
Japan    ประเทศญี่ปุ่น
Japanese    ชาวญี่ปุ่น
Siam    สยาม
Siamese    ชาวสยาม


-ess ใช้เติมหลังคำนามหรือกริยา เพื่อให้เป็นนามที่เป็นเพศหญิง (หรือสัตว์ตัวเมีย) เช่น
Act (v.)    แสดง
Actress    ผู้แสดง
Host (n.)    เจ้าภาพ
Hostress   เจ้าภาพผู้หญิง
Millionaire (n.)    เศรษฐี
Millionairess    เศรษฐินี


-ism
 ใช้เติมหลังคำกริยาบ้าง คุณศัพท์บ้าง และนามบ้าง เพื่อบอกถึงความเป็นอาการนาม บอกถึงลักษณะนิสัย และบอกถึงลัทธิ คำสั่งสอนหรือตัวการ ความเคลื่อนไหว เช่น
Criticize (v.)  วิจารณ์
Criticism    การวิพากย์วิจารณ์
Baptize (v.) รดน้ำมนต์
Baptism    การรดน้ำมนต์
Real (adj.)    จริง
Realism    ลักษณะที่เหมือนจริง
Buddha (n.)    พระพุทธ
Buddhism    ศาสนาพุทธ
Commune (n.)    ตำบล
Communism    ลัทธิคอมมิวนิสต์
Social (adj.)    สังคม
Socialism    ลัทธิสังคมนิยม
National (adj.)    แห่งชาติ
Nationalism    ลัทธิชาตินิยม

-ist ใช้เติมหลังคำนาม เพื่อบอกถึง ผู้ปฏิบัติตามกิจนั้น หรือเป็นผู้เกี่ยวข้องกับกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น
Piano    เครื่องเล่นเปียโน
Pianist    นักเล่นเปียโน
Art    ศิลปะ
Artist    นักจิตรกร
Buddha    พระพุทธ
Buddhist    ชาวพุทธ
Motor    รถยนต์
Motorist    นักขับรถยนต์
Novel    นวนิยาย
Novelist    ผู้แต่งนิยาย
Drama    ละคร
Dramatist    นักแต่งบทละคร

-ty, ity ใช้เติมท้ายคำคุณศัพท์ เพื่อทำให้เป็นคำนาม เช่น
Adjective
Noun
Difficult    ยาก, ลำบาก
Difficulty    ความยากลำบาก
Honest    ซื่อสัตย์
Honesty    ความซื่อสัตย์
Certain    แน่ใจ
Certainty    ความแน่ใจ
Regular    สม่ำเสมอ
Regularity    ความสม่ำเสมอ
Pure    บริสุทธิ์
Purity    ความบริสุทธิ์
Humid    ชื้น
Humidity    ความชื้น
Electric    มีไฟฟ้า
Electricity    การไฟฟ้า
Active    กระทำ
Activity    กิจกรรม

-ness ใช้เติมท้ายคำศัพท์ (Adjective) เพื่อทำให้เป็นคำนาม เช่น
Adjective
Noun
Happy    สุข
Happiness    ความสุข
Ill    ป่วย
Illness    ความไม่สบาย
Weak    อ่อนแอ
Weakness    ความอ่อนแอ
Thick   หนา
Thickness    ความหนา
Sad    เสียใจ
Sadness    ความเสียใจ
Kind    กรุณา
Kindness    ความกรุณา

-ery, -y ใช้เติมท้ายคำอื่น เพื่อทำให้เป็นคำนามประเภทบอกสภาวะการกระทำ, หรือสภาพการ เช่น
Brave    กล้าหาญ
Bravery    ความกล้าหาญ
Discover    ค้นพบ
Discovery    การค้นพบ
Deliver    ส่ง
Delivery    การส่ง
Rob    ปล้น
Robbery    การส่ง
Slave    ทาส
Slavery    ความเป็นทาส

-ing ใช้เติมหลังคำกริยา เพื่อให้เป็นคำนาม (verbal Noun) เช่น
Verb
Noun
Speak พูด
Speaking การพูด
Run วิ่ง
Running การวิ่ง
Swim ว่ายน้ำ
Swimming การว่ายน้ำ
Write เขียน
Writing การเขียน

-dom ใช้เติมหลังคำนามบ้าง คุณศัพท์บ้าง เพื่อบอกสภาวะ ขอบเขต อาณาจักร วง หรือ ลัทธิครอบงำ เช่น
Free อิสระ
Freedom เสรีภาพ
King พระราชา
Kingdom ราชอาณาจักร
The animal kingdom
อาณาจักรสัตว์
The vegetable kingdom
อาณาจักรพืช
The United Kingdom
สหราชอาณาจักร
Officaildom
วงข้าราชการ

-hood ใช้เติมหลังนาม เพื่อเป็นนามอันแสดงถึงสภาพหรือลักษณะ, ลำดับขั้น ภาวะของชีวิต มีสำเนียงแปลว่า “ความ, วัย, สมัย, ภาวะ” เช่น
Noun
Abstract Noun
Boy    เด็ก
Boyhood    วัยเด็ก
Man    ชาย
Manhood    ความเป็นชาย
Priest    พระ
Priesthood    ความเป็นพระ
Child   เด็ก
Childhood    วัยเด็ก

-ure ใช้เติมหลังคำกริยา เพื่อทำให้เป็นนาม แสดงถึงการกระทำ วิธีการ หรือกรรมวิธี เช่น
Verb
Noun
Close ปิด
Closure การปิด
Please พอใจ
Pleasure ความยินดี
Legislate ออกกฎหมาย
Legislature สภานิติบัญญัติ
Enclose สอดไปใน
Enclosure ส่งแนบติดไป

-man ใช้เติมข้างหลังนาม เพื่อให้เป็นนามซึ่งหมายถึงบุคคลที่เป็นผู้อาศัยอยู่ แปลว่า “ชาว” เช่น
English อังกฤษ
Englishman ชาวอังกฤษ
Irish ไอริช
Irishman ชาวไอริส
Country ชนบท
Countryman ชาวชนบท

2) Verb-Forming Suffixes ได้แก่ “ปัจจัย (หรือ Suffix) ที่เติมลงไปข้างท้ายคำแล้วทำให้คำนั้นๆ เป็นกริยา (Verb) ขึ้นมา” ได้แก่ปัจจัยต่อไปนี้คือ
-ate
-ize
-en
-s, -es
-ify
-ed
มีรายละเอียดการเติมดังต่อไปนี้

-ate ใช้เติมท้ายคำนาม เพื่อทำให้คำนั้นเป็นกริยา เช่น
Noun
Verb
Captive นักโทษ
Captivate จับตัว, ยั่วยวน
Origin ที่เกิด
Originate เริ่มต้น
Motive แรงกระตุ้น
Motivate กระตุ้น
Facility ความสะดวกสบาย
Facilitate ทำให้เกิดความสบาย

-en ใช้เติมท้ายคำคุณศัพท์ เพื่อทำให้เป็นคำกริยา มีความหมายว่า “ทำให้ (มีคุณสมบัติอย่าง คุณศัพท์ตัวนั้น)” เช่น
Adjective
Verb
Soft นุ่ม
Soften ทำให้นุ่ม
Deep ลึก
Deepen ทำให้ลึก
Black ดำ
Blacken ทำให้ดำ
Wide กว้าง
Widen ทำให้กว้าง
Sad เศร้าโศก
Sadden ทำให้เศร้าโศก


อนึ่ง –en ยังใช้เติมหลัง Abstract Noun ที่แปลงรูปมาจากคุณศัพท์ได้ด้วย เพื่อให้คำ Abstract noun นั้นเป็นกริยา เช่น
Adjective
Abstract Noun
Verb
Long ยาว
Length ความยาว
Lengthen ทำให้ยาว
High สูง
Height ความสูง
Heighten ทำให้สูง

-ify ใช้เติมท้ายคำนาม เพื่อให้เป็นกริยา มีความหมายว่า “ทำให้เป็นเช่นนั้น” เช่น
Noun
Verb
Beauty ความงาม
Beautify ทำให้สวยงาม
Person บุคคล
Personify ทำให้เป็นบุคคล
Simple ง่าย
Simplify ทำให้ง่าย
Class ชั้น
Classif

NSSC-KM © 2017

Generated 0.016081 sec.