kru_jeed


ใบความรู้เรื่อง กฎหมายคุ้มครองสิทธิของบุคคล
    กฎหมายคุ้มครองสิทธิของบุคคล
      การที่จะสร้างความสงบเรียบร้อยให้เกิดขึ้นภายในสังคมและประเทศชาตินั้นจำเป็นจะต้องมีการบัญญัติกฎเกณฑ์ ข้อบังคับ ขึ้นมาบังคับใช้ เพื่อให้เกิดเป็นบรรทัดฐานของคนในสังคม

     บรรทัดฐาน  คือ แบบแผนสำหรับยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติ

     หากสังคมใดที่พลเมืองไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ข้อบังคับ สังคมนั้นก็จะขาดความสงบสุข แต่ถ้าสังคมใดมีพลเมืองที่ดีปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ข้อบังคับที่คนในสังคมกำหนดไว้ สังคมนั้นก็จะเป็นระเบียบเรียบร้อย ซึ่งกฎเกณฑ์ที่สำคัญที่สุดที่จะกล่าวถึงในที่นี่ คือ กฎหมาย

1.  ความสำคัญของกฎหมายคุ้มครองสิทธิของบุคคล
   
     สิทธิ หมายถึง สิ่งที่ไม่มีรูปร่างซึ่งมีอยู่ในตัวมนุษย์ตั้งแต่กำเนิดหรืออาจกำหนดขึ้นโดยกฎหมาย

     นอกจากนั้นสิทธิของแต่ละบุคคลต้องอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย โดยจะต้องไม่กระทบต่อสิทธิของบุคคลอื่น เราสามารถแบ่งขอบเขตสิทธิของบุคคลออกได้เป็นสิทธิของบุคคลขั้นพื้นฐาน เช่น สิทธิในการกิน การนอนและสิทธิที่ได้รับโดยกฎหมายกำหนดให้มี เช่น สิทธิในการมีและใช้ทรัพย์สิน สิทธิในการร้องทุกข์ เมื่อถูกบุคคลอื่นละเมิดสิทธิ เป็นต้น

     สิทธิที่ได้กล่าวมาข้างต้นทำให้ภาครัฐต้องกำหนดเครื่องมือขึ้นเพื่อเป็นมาตรฐานในการคุ้มครองสิทธิของบุคคล เรียกว่า 'กฎหมายคุ้มครองสิทธิของบุคคล' ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า กฎหมายคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลโดยกฎหมายและเกิดขึ้นเพื่อทำให้สังคมสงบสุข

     กฎหมายคุ้มครองสิทธิของบุคคลมีความสำคัญต่อประชาชน สังคม และการพัฒนาประเทศชาติเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ เพราะประชาชนมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติรวมทั้งต่อโลก ดังนั้น หากประชาชนเรียนรู้และเข้าใจในกฎหมายคุ้มครองสิทธิของบุคคลและสามารถปฏิบัติได้อย่างครบถ้วน สมบูรณ์ ก็จะส่งผลให้สังคมดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและช่วยให้ประเทศชาติพัฒนาไปได้ก้าวหน้าและยั่งยืน


2.  ลักษณะของกฎหมายคุ้มครองสิทธิของบุคคล

     กฎหมายคุ้มครองสิทธิของบุคคลต้่องอาศัยการทำงานที่สัมพันธ์กันของฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหารและตุลาการ โดยฝ่ายนิติบัญญัติจะต้องทำหน้าที่ร่างกฎหมาย ปรับปรุงแก้ไข เพิ่มเติมกฎหมายเข้าสู่รัฐสภา เพื่อให้กฎหมายคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลในด้านต่าง ๆ มีความทันสมัยตลอดเวลา ตามสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงของสังคม ฝ่ายบริหารจะต้องทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมายคุัมครองสิทธิของบุคคลอย่างจริงจังและเสมอภาคกับประชาชนทุกชนชั้น และฝ่ายตุลาการต้องทำหน้าที่ตัดสินคดีความอันเกี่ยวกับสิทธิของบุคคลที่ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลอย่างรวดเร็วและบริสุทธิ์ยุติธรรม เพื่อแก้ไขปัญหาและเยียวยาบุคคลที่ได้รับผลกระทบต่อการละเมิดสิทธิของบุคคล

     ในที่นี้จะขอกล่าวถึงกฎหมายคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลในบางประเด็น เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองสิทธิขอบบุคคลมากยิ่งขึ้น ดังนี้

     2.1  กฎหมายเกี่ยวกับเด็ก

     กฎหมายเกี่ยวกับเด็กในประเทศไทยปรากฎอยู่ในประมวลกฎหมายหลายฉบับ เช่น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประมวลกฎหมายอาญา พระราชบัญญัติจัดตัั้งศาลเยาวชนและครอบครัว พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546

     โดยพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ได้กำหนดหลักการพื้นฐานสำหรับเด็กที่จะต้องได้รับความคุ้มครองไว้รวม 4 ประการ คือ สิทธิที่จะมีชีวิตรอด สิทธิที่จะได้รับการพัฒนาส่งเสริม สิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองสิทธิที่จะมีส่วนร่วม และได้กำหนดให้องค์กรต่าง ๆ ของสังคมที่เกี่ยวกับการควบคุมดูแลเด็กปฏิบัติต่อเด็ก ดังนี้

     1)  หน้าที่ของผู้ปกครอง ที่ต้องปฏิบัติต่อเด็ก ดังนี้         
          1. อุปการะเลี้ยงดู อบรม สั่งสอนและพัฒนาเด็กที่อยู่ในการดูแลของตน การอุปการะเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนและพัฒนา ต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงและเหมาะสมกับขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมแห่งท้องถิ่น

          2. คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่อยู่ในการดูแลขอตน โดยไม่ให้ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายต่อสภาพร่างกายและจิตใจ

          3.  ไม่ทอดทิ้งเด็ก ผู้ปกครองจะต้องไม่ทอดทิ้งเด็กไว้ในสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานพยาบาล สถานที่สาธารณะ หรือสถานที่ใด ๆ โดบเจตนาที่จะไม่รับเด็กกลับคืน

          4.  ไม่จงใจ หรือละเลยไม่ให้สิ่งที่จำเป็นแก่การดำรงชีวิตกับเด็ก เช่น ด้านสุขภาพอนามัย ปัจจัยสี่ เป็นต้น
 
          5.  ไม่ปฏิบัติต่อเด็กในลักษณะที่เป็นการขัดขวางการเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็ก

          6.  ไม่ปฏิบัติต่อเด็กในลักษณธที่เป็นการเลี้ยงดูโดยมิชอบ

     2)  หน้าที่ของรัฐ ที่ต้องปฏิบัติต่อเด็ก ดังนี้

          1.  คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ไม่ว่าเด็กจะมีผู้ปกครองหรือไม่มีผู้ปกครองก็ตาม

          2.  ดูแลและตรวจสอบสถานรับเลี้ยงเด็กต่าง ๆ เช่น สถานสงเคราะห์เด็ก สถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กและเยาวชน สถานพินิจที่ตั้งอยู่ในเขตอำนาจ เป็นต้น

          กฎหมายไทยกำหนดให้เจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กในกรณีดังต่อไปนี้


เด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์
1. เด็กเร่ร่อน
2. เด็กถูกทอดทิ้งหรือพลัดหลง
3. เด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูโดยมิชอบ เช่น ถูกทารุณกรรม
4. เด็กที่ผู้ปกครองไม่สามารถอุปการะเลี้ยงดูได้
5. เด็กที่ผู้ปกครองมีพฤติกรรมหรืออาชีพไม่เหมาะสม
6. เด็กพิการ
7. เด็กทีอยู่ในสภาพยากลำบาก
8. เด็กที่อยู่ในสภาพที่จำเป็นจะต้องได้รับการสงเคราะห์ตามกฎของกระทรวง


NSSC-KM © 2017

Generated 0.015937 sec.