kru_jeed


ใบความรู้เรื่อง เคารพสิทธิของตนเองและผู้อื่น
     การปกครองระบอบประชาธิปไตยเป็นการปกครองที่มีรัฐธรรมนูญเป็นแม่บทกำหนดกรอบให้ทุกภาคส่วนของสังคมยึดถือและปฏิบัติร่วมกัน โดยกรอบที่สำคัญ
ในการดำรงตนอย่างเหมาะสมของประชาชน คือ การยึดมั่นในสิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด หากประชาชนทุกคนรู้ถึงสิทธิ เสรีภาพ และหน้าที่ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ และต่างปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ประชาชนในชาติก็ย่อมอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและชาติบ้านเมืองก็จะพัฒนาและเจริญก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว

เสรีภาพ คือ ความสามารถที่จะกระทำการใด ๆ ได้ตามที่ตนปรารถนาโดยไม่มี
อุปสรรค์ขัดขวาง


1.  สิทธิของตนเองและผู้อื่่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

    การปฏิบัติตนตามสิทธิของตนเองภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ โดยไม่กระทบสิทธิ
บุคคลอื่นย่อมได้ชื่อว่าบุคคลนั้นเป็นผู้มีส่วนนำพาชาติบ้านเมืองให้พัฒนา ในที่นี่จะกล่าวถึงการปฏิบัติตนในการรักษาและเคารพสิทธิ เสรีภาพของตนเองและผู้อื่น ต่อครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยกำหนดไว้ ดังนี้

1.1 การเคารพสิทธิของตนเองและผู้อื่นที่มีต่อครอบครัว

     ครอบครัว ประกอบด้วย พ่อ แม่ และลูก ทุกครอบครัวมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญในหลายประเด็นด้วยกัน โดยเฉพาะเรื่องการใช้ความรุนแรงและการปฏิบัติอันไม่เป็นธรรม หมายความว่าพ่อแม่ และลูกจะต้องไม่ใช้ความรุนแรง หรือปฏิบัติตามกันอย่างไม่เป็นธรรม กรณีระหว่างสามีและภรรยาจะต้องเคารพและรับฟังความคิดเห็นของกันและกัน ไม่ตัดสินปัญหาโดยใช้กำลัง กรณีระหว่างบุตรกับบิดามารดา บุตรต้องเคารพเชื่อฟังคำสั่งสอนบุตรโดยใช้เหตุผล ไม่ใช้การแก้ไขพฤติกรรมลูกด้วยการเฆี่ยนตี เลี้ยงลูกด้วยความรักความเข้าใจและใช้สิทธิเสรีภาพในการแสวงหาความสุขส่วนตัว แต่ต้องอยู่ในขอบเขตและไม่ทำให้เกิดความเดือดร้อนหรือสร้างปัญหาใด ๆ ให้แก่บิดามารดา

     สิทธิในครอบครัวและความเป็นอยู่ส่วนตัว เป็นสิทธิที่ชาวไทยทุกคนได้รับตามรัฐธรรมนูญ ทุกครอบครัวย่อมมีสิทธิจัดการภายในครอบครัวชองตนเอง ในการนำพาครอบครัวไปในด้านต่าง ๆ ตามความต้องการของตนเองได้ โดยจะต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย วัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของไทย รวมทั้งจะต้องไม่เป็นการรบกวนสิทธิครอบครัวของบุคคลอื่น

1.2  การเคารพสิทธิของตนเองและผู้อื่นที่มีต่อชุมชนและสังคม

     สมาชิกทุกคนในสังคมมีสิทธิเท่าเทียมกันในการดำเนินชีวิตในสังคม โดยสิทธิดังกล่าวจะต้องไม่ละเมิดสิทธิของสมาชิกคนอื่นในสังคม ในที่นี่ขอยกตัวอย่างสิทธิของตนเองที่มีต่อชุมชน และสังคมที่สำคัญบางประการ ดังนี้

     1. เสรีภาพในเคหสถาน ชาวไทยทุกคนย่อมมีเสรีภาพในเคหสถานที่จะสามารถอาศัยและครอบครองเคหสถานของตนโดยปกติสุข ไม่ว่าจะเกิดจากการเช่า หรือเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ซึ่งบุคคลอื่นจะต้องให้ความเคารพในสิทธินี้ แม้แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐหากจะเข้าไปดำเนินการตามกฎหมายใด ๆ เช่น การตรวจค้นเคหสถานของประชาชนก็จะกระทำมิได้ เว้นแต่จะมีหมายค้นที่ออกโดยศาลเท่านั้น

  
   2.  เสรีภาพในการเดินทางและติดต่อสื่อสาร ชาวไทยทุกคนมีเสรีภาพที่จะเดินทางไปในที่ต่าง ๆ บนผืนแผ่นดินไทย ได้ทุกพื้นที่ของประเทศไทยและสามารถเลือกถิ่นที่อยู่อาศัย ณ ที่ใดก็ได้ภายในประเทศไทย รวมทั้งชาวไทยทุกคนสามารถที่จะติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่นไม่ว่าจะเป็นทางจดหมาย โทรศัพท์ หรืออินเทอร์เน็ต

     3.  เสรีภาพในการนับถือศาสนา สมาชิกทุกคนในสังคมมีสิทธิ เสรีภาพ ที่จะนับถือศาสนาแตกต่างกันได้ ซึ่งบุคคลอื่นในสังคมรวมทั้งรัฐจะต้องให้ความเคารพสิทธิเสรีภาพในเรื่องนี้ด้วย

     4.  เสรีภาพในทางวิชาการ เยาวชนไทยทุกคนจะต้องได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า 12 ปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้คนไทยทุกคนยังมีสิทธิในการที่จะศึกษาค้นคว้าหรือทำวิจัยตามที่ต้องการ โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย

     5. เสรีภาพในการชุมนุมอย่างสงบโดยปราศจากอาวุธ
หมายถึง ประชาชนทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุม แต่ต้องเป็นไปโดยสงบปราศจากอาวุธ และจะต้องไม่รบกวนสิทธิของผู้อื่น

     การปราศจากอาวุธนั้น หมายรวมถึง ห้ามทุกคนที่มาร่วมชุมนุมพกพาอาวุธเข้ามาในที่ชุมนุมโดยเด็ดขาด บุคคลนั้นจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญในกรณีที่ได้กล่าวมาข้างต้น

     6.  สิทธิเสรีภาพในการอนุรักษ์และฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ทุกคนย่อมมีส่วนร่มในการอนุรักษ์และร่วมสืบสานศิลปะหรือวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นและของประเทศชาติเพื่อให้ดำรงอยู่ต่อไปกับอนุชนรุ่นหลัง

     7.  เสรีภาพในการประกอบอาชีพ โดยเสรีภาพในการประกอบอาชีพจะต้องไม่เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น เช่น ผู้ปกระกอบการจะต้องเคารพและซื่อสัตย์ต่อผู้บริโภค และไม่เอาเปรียบผู้บริโภค เป็นต้น

     นอกจากสิทธิเสรีภาพของตนเองที่พึงมีต่อชุมชนและสังคมตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นยังมีสิทธิในประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับสังคมและชุมชนอีกเป็นจำนวนมาก เช่น สิทธิในการบริโภค สิทธิในการเข้าถึงสื่อ เป็นต้น

1.3  การเคารพสิทธิของตนเองและผู้อื่นที่มีต่อประเทศชาติ

     1.  สิทธิในการมีส่วนร่วม ในที่นี้ หมายถึง สิทธิการมีส่วนร่มในกระบวนการพิจารณาของเจ้าหน้าที่รัฐ เกี่ยวกับการปฏิบัติราชการด้านการปกครอง อันมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของคนในสังคมโดยตรง

     2.  สิทธิที่จะฟ้องร้องหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ราชการส่วนท้องถิ่น เช่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล องค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือองค์กรของรัฐที่เป็นนิติบุคคล ประชาชนมีสิทธิที่จะฟ้องร้องหน่วยงานต่าง ๆ เหล่านี้ให้รับผิดชอบ หากการกระทำใดหรือการละเว้นการกระทำใด ๆ ของข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงานนั้น ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนต่อศาลปกครอง

     3.  สิทธิที่จะต่อต้านโดยสันติวิธี การกระทำใดจะเป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เช่น การต่อต้านการทำปฏิบัติรัฐประหาร เป็นส่ิงที่ประชาชนมีสิทธิที่จะออกมาต่อต้านแต่ต้องเป็นไปโดยสันติวิธี

รัฐประหาร หมายถึง การใช้กำลังเปลี่ยนแปลงคณะรัฐบาลโดยฉับพลัน
ปฏิวัติ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงระบอบการบริหารบ้านเมือง เช่น ปฏิวัติการปกครอง


2.  แนวทางการปฏิบัติตนในการเคารพสิทธิของตนเองและผู้อื่น

     การปฏิบัติตนตามสิทธิของตนเองและเคารพสิทธิของผู้อื่นในสังคม เป็นสิ่งที่ช่วยจัดระเบียบให้กับสังคม เพื่อให้สังคมสงบสุข โดยมีแนวทางในการปฏิบัติ ดังนี้

 
     1.  เคารพสิทธิของกันและกัน โดยไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น สามารถแสดงออกได้หลายประการ เช่น การแสดงความคิดเห็น การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น เป็นต้น

     2.  รู้จักใช้สิทธิของตนเองและแนะนำให้ผู้อื่นรู้จักใช้สิทธิของตนเอง

     3.  เรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสิทธิ เสรีภาพ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เช่น สิทธิ เสรีภาพของความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพในเคหสถาน เป็นต้น

     4.  ปฏิบัติตามหน้าที่ของชาวไทยตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เช่น การออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง การเสียภาษี
ให้รัฐเพื่อนำเงินมาพัฒนาประเทศ เป็นต้น
                                                                       


3.  ผลที่ได้รับจากการปฏิบัติตนเคารพสิทธิของตนเองและผู้อื่น

     ถ้าประชาชนในสังคมปฏิบัติตนตามสิทธิเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน โดยที่จะต้องไม่ใช้สิทธิเสรีภาพเกินขอบเขต จนไปกระทบสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น ซึ่งผลที่จะเกิดขึ้น คือ ความสงบสุขในสังคม และความเป็นปึกแผ่นของชาติบ้านเมือง โดยเราสามารถแบ่งผลที่เกิดขึ้นกับครอบครัว สังคมและประเทศชาติ หากประชาชนทุกคนต่างเคารพสิทธิและเสรีภาพของตนเองและผู้อื่นได้ ดังนี้

  
   1.  ผลที่เกิดขึ้นกับประเทศชาติ หากประชาชนมีความสมัครสมานรักใคร่สามัคคี ไม่มีความแตกแยก แบ่งเป็นพวกเป็นเหล่า บ้านเมืองก็จะสงบสุขเกิดสวัสดิภาพ บรรยากาศ โดยรวมก็จะสดใสปราศจากการระแวงต่อกัน การดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ สามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น นักลงทุน นักท่องเที่ยวก็จะเดินทางมาเยือนประเทศของเราด้วยความมั่นใจ

     2.  ผลที่เกิดขึ้นกับชุมชนหรือสังคม 
เมื่อประชาชนในสังคมรู้จักสิทธิของตนเอง และของคนอื่น ก็จะนำพาให้ชุมชนหรือสังคมเกิดการพัฒนา เมื่อสังคมมั่นคง เข้มแข็งก็จะมีส่วนทำให้ประเทศชาติเข้มแข็ง เพราะชุมชนหรือสังคมเป็นส่่วนหนึ่งของชาติบ้านเมืองโดยรวม

     3.  ผลที่เกิดขึ้นกับครอบครัว
ครอบครัวเป็นสถาบันแรกของสังคม เมื่อครอบครัวเข้มแข็งและอบรมสั่งสอนให้สมาชิกในครอบครัวทุกคนรู้บทบาท สิทธิ เสรีภาพของตนเองและปฏิบัติตามที่กฎหมายและรัฐธรรมนูญได้ให้ความคุ้มครองไว้อย่างเคร่งครัด โดยไม่ละเมิดสิทธิ เสรีภาพของสมาชิกอื่นในสังคม ก็จะนำพาให้สังคมและประเทศชาติเข้มแข็งตามไปด้วย
                          

NSSC-KM © 2017

Generated 0.015546 sec.