Krutiew Article


เทคนิคการทำข้อสอบ Reading Comprehension
เทคนิคการทำข้อสอบ Reading Comprehension

คำถามที่พบบ่อยในข้อสอบ
การสอบภาษาอังกฤษคงจะหลีกเลี่ยงข้อสอบ Reading Comprehension ไม่ได้ เพราะการอ่านเป็นทักษะที่สำคัญทักษะหนึ่งในการใช้ภาษาอังกฤษ ผู้เข้าสอบจะกลัวข้อสอบ Reading เพราะเชื่อว่าถ้าอ่านเนื้อเรื่องไม่ออกก็คงจะทำข้อสอบไม่ได้ จริง ๆ แล้ว เราสามารถทำข้อสอบ Reading Comprehension ได้ง่ายขึ้น ถ้าเราได้เตรียมคำถามที่พบบ่อยในข้อสอบ Reading ไว้ในใจ เพื่อที่ว่าเวลาเราอ่านเนื้อเรื่องจะได้มีจุดมุ่งหมายมากขึ้นว่าเราควรจะรู้อะไรในเวลาที่อ่าน
คำถามที่ข้อสอบ Reading Comprehension ต้องถามก็คงจะเป็นการถามถึง main idea ซึ่งจะเป็นการถามถึงประเด็นหลักที่ผู้เขียนพยายามสื่อสารให้กับผู้อ่าน คำตอบมักจะออกมาใรูปของประโยค ตัวเลือกที่ผิด มักจะสรุปความแคบไป (too narrow) หรือ กว้างไป (too general) คำถามที่มักจะพบบ่อยเกี่ยวกับ main idea จะมีดังนี้
1. What is the main idea of the passage / story / text?
2. Which of the following best summarises the author’s / the writer’s main idea?
3. Which of the following most accurately states the main idea of the passage?
คำตอบมักจะอยู่ที่ topic sentence ของเนื้อเรื่องซึ่งจะอยู่แถว ๆ คำบ่งบอกของผู้เขียนที่พยายามจะให้ข้อมูลสนับสนุนใจความหลักของเนื้อเรื่อง เช่น
For example, …
For instance, …
การยกตัวอย่างเป็นวิธีหนึ่งที่ผู้เขียนยกขึ้นมาให้ผู้อ่อานเห็นด้วยกับใจความหลักที่ผู้เขียนพยายามจะสื่อ main idea จึงมักจะเป็นประโยคหน้า ตัวอย่าง
 Thus / so / as a result / consequently, …
 The reason for this is that …
This is because …
Because of … / due to … / owing to …
การให้เหตุหรือผลก็เป็นวิธีหนึ่งที่ผู้เขียนใช้เพื่อสนับสนุน main idea เพื่อให้ผู้อ่านคล้อยตาม
คำถามอีกแบบหนึ่งที่ใกล้เคียงกับคำถามเกี่ยวกับ main idea ก็คือ คำถามเกี่ยวกับ topic หรือหัวข้อหลักของเนื้อเรื่อง ซึ่งบางครั้งอาจจะใช้คำว่า subject แทนคำว่า topic ได้ แต่คำตอบจะเป็นคำหรือกลุ่มคำ ไม่ใช่เป็นประโยคเหมือน main idea คำถามที่ถามถึง topic มักจะเป็นดังนี้
1. What is the main topic of the passage?
2. The maintopic of the passage is _______
3. What does the passage mainly discuss?
4. The passage is mainly concerned with?
คำตอบก็มักจะอยู่ที่เดี่ยวกับที่เราหา main idea เหมือนกัน
คำตอบที่ใกล้เคียงกับการถาม main idea หรือ topic ก็คือการถามถึงชื่อเรื่อง (title) ที่เหมาะกับ passage
1. What is the best title of the passage?
2. The best title of the passage is _______.
3. What should be the best title of the passage?
คำตอบมักจะมาจาก main idea หรือ topic ของเรื่อง เพียงแต่ชื่อเรื่องอาจจะมีความหรูหรา มีสีสัน เพื่อให้ดึงดูดผู้อ่าน แต่โดยรวมแล้วก็ต้องเกี่ยวข้องกับใจความหลักของเรื่อง
นอกจากคำถามเกี่ยวกับประเด็นหลักแล้ว ข้อสอบ Reading Comprehension จะถามประเด็นรองหรือข้อมูลสนับสนุน (supporting details) คำถามจะเกี่ยวข้องกับรายละเอียด โดยปกติแล้วคำถามมักจะขึ้นต้นด้วย “According to the passage” หรือ “the passage states that …” เช่น
1. According to the passage, the writer states that ______
2. According to the passage, which of the following is true?
3. The passage mentions each of the following EXCEPT.
4. Which of the following statement is NOT true about X?
คำถามแบบนี้ถือว่าเป็นคำถามที่ยาก เพราะเราต้องหาว่าคำตอบอยู่ส่วนใดของเนื่อเรื่อง วิธีที่ง่ายที่สุดคงจะต้องหาว่าคำที่อยู่ในโจทย์อยู่ตรงใดของเนื่อเรื่อง แล้วพยายามดูว่าตัวเลือกใดใกล้เคียงกับเนื้อหาตรงนั้นมากที่สุด คำตอบมักจะเป็นการ restatement หรือ การใช้โครงสร้างประโยคใหม่ คำที่มีความหมายเดียวกันกับคำตอบในเนื้อเรื่อง คำถามที่ยากอีกประเภทหนึ่งคือคำถามเกี่ยวกับ inference คำถามประเภทนี้ต้องการให้ผู้อ่านสรุปเองจากเนื้อเรื่อง โดยที่เนื้อเรื่องไม่ได้บอกไว้ตรง ๆ คำถามจะเป็นทำนองนี้
1. We can infer from the passage that _______
2. The passage / the writer implies that ________
3. It can be inferred from the passage that ______
4. The passage / the writer suggests that ______
5. The passage / the writer implies that all of the following statements about X are true EXCEPT
6. The sentence, “__________”, implies that ______.
คำตอบสำหรับคำถามแบบนี้ต้องระวังว่าเป็นคำตอบที่ต้องสรุปเองจากเนื้อเรื่อง ไม่ใช่คำตอบที่บอกไว้ตรง ๆ และต้องระวังว่า คำตอบต้องไม่ใช่คำตอบที่สรุปไม่ได้ เพราะข้อมูลในเนื้อเรื่องไม่เพียงพอที่จะมาสรุป
คำถามที่คล้าย ๆ กับ inference คำถามที่ถามถึง tone (น้ำเสียง) หรือ style ของเนื้อเรื่อง คำถามประเภทนี้จะถามถึงทัศนคติ (attitude) ของผู้เขียนว่ามีความรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับ topic นี้ คำถามมักจะเป็นดังนี้
1. The tone of the writer is best described as _________
2. The attitude of the writer of the passage is best described as ________
3. The tone of this passage can be best described as _______
คำตอบมักจะเป็น Adjective ที่บอกน้ำเสียง เช่น
direct = ตรงไปตรงมา
serious = จริงจัง
depressing = หดหู่ใจ
sarcastic = เสียดสี
optimistic = มองโลกในแง่ดี
humorous = ขบขัน
concerned / worried = ห่วงใย กังวล
neutral = เป็นกลาง
คำถามอีกประเภทหนึ่งที่คล้ายกับคำถามเกี่ยวกับ tone ก็คือคำถามเกี่ยวกับวัตถุประสงค์หรือ purpose ของผู้เขียน คำถามจะมีทำนองนี้
1. The writer’s purpose (in writing) is _______
2. What is the writer’s main purpose in the passage?
คำตอบมักจะเป็นในรูปกริยาหรือ adjective เช่น
to inform หรือ informative = ให้ข้อมูล ซึ่งจะใช้กับเนื้อเรื่องที่เป็นข่าว หรืองานวิจัยทั่ว ๆ ไป
to persuade หรือ persuasive = ชี้ชวน ชักจูง ซึ่งจะใช้กับการโฆษณาหรือชี้ชวนให้เห็นด้วย
คำถามนอกจากข้างต้น ก็มักจะเป็นคำถามที่เกี่ยวกับโครงสร้างของเนื้อเรื่อง หรือเทคนิคต่าง ๆ ที่ผู้เขียนใช้ในการเชียน เช่น คำถามเกี่ยวกับ reference ซึ่งกี่ยวข้องกับการหลีกเลี่ยงคำซ้ำในเนื้อเรื่อง ผู้เขียนเลือกใช้สรรพนามหรือคำที่มีความหมายคล้ายคลึงแทนคำถามเกี่ยวกับ reference จะถามว่า คำเหล่านี้ใช้แทนคำใดหรือวลีใด เช่น
1. The word ‘its’ (line ___) refers to _________
2. What does ‘this’ (line ___) refers to ________
3. The ‘X’ refers to the idea that _______
คำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้ ต้องกลับไปดูแถว ๆ ที่คำ reference เหล่านี้อยู่ในเนื้อเรื่อง เราต้องดูว่าตัวเลือกอยู่ตรงใดของเนื้อเรื่องด้วย ส่วนใหญ่คำตอบที่ถูกต้องมักจะอยู่หน้าคำที่ถาม แต่ไม่จำเป็นที่จะต้องติดกันเลย และเมื่อเลือกตัวเลือกแล้วก็อย่าลืมที่จะแทนดูว่าเข้ากับเนื้อเรื่องไหม
คำถามประเภทสุดท้ายที่พบบ่อยในข้อสอบ Reading คือคำถามเกี่ยวกับ vocabulary หรือคำศัพท์นั่นเอง เช่น
1. The word ‘X’ in line ____ means ________.
2. The word ‘X’ can be replaced by ________.
3. The word ‘X’ is closest in meaning to _________.
4. By ‘X’, the writer means _____.
5. As used in the passage, the word ‘X’ (line _____) most nearly means ____.
คำตอบของคำถามเหล่านี้คงต้องดูจาก context clues หรือ บริบทรอบข้าง ว่าคำใดในตัวเลือกมีความหมายใกล้เคียงกับเนื้อเรื่องที่สุด เมื่อเลือกแล้วก็ต้องลองแทนดูว่าเข้ากับเนื้อเรื่องหรือไม่
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -



รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Size : 11.43 KBs
Upload : 2015-06-02 21:44:26
ติชม

กำลังแสดงหน้า 1/0
<<
1
>>

ต้องการให้คะแนนบทความนี้่ ?

0
คะแนนโหวด
สร้างโดย :


Krutiew
รายละเอียด Share
สถานะ : ผู้ใช้ทั่วไป
ภาษาต่างประเทศ


NSSC-KM © 2017

Generated 0.053827 sec.